Data CenterTrade LeadsServicesAuctionAbout Us Biz Dimension Co.,Ltd.

สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออกเป็นสกุลเงินบาท
สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยน
บริการแพ็คกิ้งเครดิต
บริการแพ็คกิ้งเครดิตแบบกู้ตรง
โครงการผลักดันการส่งออกเพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่*
สินเชื่อเพื่อขยายกำลังผลิต
สินเชื่อพาณิชย์นาวี
สินเชื่อส่งออกทันใจ

สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออกเป็นสกุลเงินบาท

เป็นวงเงินหมุนเวียนเพื่อให้ผู้ส่งออกนำเงินไปใช้ในการจัดเตรียมสินค้าก่อนส่งออกโดยครอบคลุมถึงการส่งออกสินค้า
ทุกชนิดสินเชื่อนี้ ธสน.ให้กู้โดยตรงแก่ผู้ส่งออกเป็นสกุลเงินบาท

การใช้วงเงิน

- หลังจากที่ธนาคารได้กำหนดวงเงินและจัดทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ส่งออกได้รับ L/C หรือสัญญาซื้อขาย (Contract) หรือคำสั่งซื้อ (P/O) ผู้ส่งออกสามารถนำเอกสารเหล่านี้มาใช้ประกอบการเบิกเงินกู้จากวงเงินดังกล่าว

- ในการเบิกเงินกู้แต่ละครั้ง ผู้ส่งออกจะต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เป็นสกุล เงินบาทให้ไว้กับ ธสน. เป็นจำนวนตามอัตราส่วนของมูลค่าใน L/C หรือสัญญาซื้อขาย หรือ คำสั่งซื้อ ระยะเวลาการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้า โดยปกติแล้วไม่เกิน 120 วัน

- เมื่อส่งสินค้าแล้ว ผู้ส่งออกสามารถนำเอกสารส่งออกมาขายที่ ธสน. และนำเงินบาท ที่ได้จากการขายเอกสารส่งออกมาชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เงินส่วนที่เหลือเป็นของผู้ส่งออก

- เป็นวงเงินหมุนเวียน (Revolving Line of Credit) ซึ่งหลังจากชำระเงินกู้ที่คงค้างอยู่แล้ว วงเงินนี้สามารถใช้รองรับการให้กู้ตามเอกสารการสั่งซื้อรายต่อๆ ไปได้


ข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณา

- ประวัติการส่งออกและผลการดำเนินงาน
- L/C หรือสัญญาซื้อขาย หรือคำสั่งซื้อ
- หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
- งบการเงิน และ Bank Statement
- หลักประกัน

<
 แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ
>



สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยน

เป็นวงเงินหมุนเวียน เพื่อให้ผู้ส่งออกนำเงินไปใช้ในการจัด เตรียมสินค้าก่อนส่งออก สินเชื่อนี้ ธสน. ให้กู้โดยตรง แก่ผู้ส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินเยน โดยครอบคลุมถึงการส่งออกสินค้าทุกชนิด การให้กู้เป็นเงินเยน ทำเฉพาะในกรณีที่ผู้ส่งออกได้รับ L/C หรือคำสั่งซื้อเป็นสกุลเงินเยนเท่านั้น

วัตถุประสงค์

1. เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ส่งออก
2. เพื่อลดความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออก โดยผู้ส่งออกสามารถนำเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ หรือเงินเยน ที่ได้จากการขายเอกสารการส่งออกไปใช้ชำระหนี้เงินกู้ได้ทันที โดยมิต้องเปลี่ยนเป็นเงินบาท

การใช้วงเงิน

- หลังจากที่ธนาคารได้กำหนดวงเงินและจัดทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ส่งออกได้รับ L/C หรือสัญญาซื้อขาย (Contract) หรือคำสั่งซื้อ (P/O) ผู้ส่งออกสามารถนำเอกสารเหล่านี้ มาใช้ประกอบการเบิกเงินกู้จากวงเงินดังกล่าว

- ในการเบิกเงินกู้แต่ละครั้ง ผู้ส่งออกจะต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินเยน ให้ไว้กับ ธสน. เป็นจำนวนตามอัตราส่วนของมูลค่าใน L/C หรือสัญญาซื้อขาย หรือคำสั่งซื้อ ระยะเวลาการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญา ใช้เงินแต่ละฉบับ ขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้า แต่ไม่เกิน 120 วัน

- เมื่อส่งสินค้าแล้ว ผู้ส่งออกสามารถนำเอกสารส่งออกมาขายที่ ธสน. เงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินเยน ที่ได้จากการขาย เอกสารส่งออก ธสน. จะนำไปชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ส่วนที่เหลือ ธสน. จะจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้ส่งออก

- เป็นวงเงินหมุนเวียน (Revolving Line of Credit) ซึ่งหลังจากชำระเงินกู้ที่คงค้างอยู่แล้ว วงเงินนี้สามารถใช้รองรับการ ให้กู้ตามเอกสารการสั่งซื้อรายต่อ ๆ ไปได้


ข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณา

- ประวัติการส่งออกและผลการดำเนินงาน
- L/C หรือสัญญาซื้อขาย หรือคำสั่งซื้อ
- หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
- งบการเงิน และ Bank Statement
- หลักประกัน

<
 แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ
>




บริการแพ็คกิ้งเครดิต

เป็นสินเชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้กู้แก่ ธสน. เพื่อให้กู้ต่อแก่ผู้ส่งออก*หรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อส่ง ออกผ่านธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ส่งออก หรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก นำเงินไปใช้หมุนเวียนก่อนการส่งออก และ/หรือหลังการส่งออก ในกรณีที่การขายมีกำหนดเวลาชำระเงิน

วัตถุประสงค์

เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ส่งออก โดย ธสน. ให้กู้แก่ธนาคารพาณิชย์เป็นเงินบาท ส่วนหนึ่งสมทบกับเงินของ ธนาคารพาณิชย์อีกส่วนหนึ่ง และให้กู้ต่อแก่ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก
การขอใช้บริการ

ผู้ส่งออกต้องติดต่อขอใช้วงเงินตามหลักเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์ และต้องขออนุมัติเป็นผู้ส่งออกหรือผู้ผลิต ที่พึงเชื่อถือได้ตามระเบียบที่ ธสน. กำหนด โดยส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านธนาคารพาณิชย์

1. ติดต่อขอวงเงิน Packing Credit จากธนาคารพาณิชย์ และธนาคารพาณิชย์ส่งเอกสาร ขออนุมัติเป็นผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตที่พึงเชื่อถือได้
2. ได้รับหลักฐานสั่งซื้อจากต่างประเทศ หรือมีสต็อกสินค้าพร้อมจะส่งออก หรือตั๋วแลกเงินที่มี กำหนดระยะเวลาการชำระเงิน
3.ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ให้ธนาคารพาณิชย์ ไม่เกินมูลค่าของสินค้า (100%) ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน แต่ต้องไม่เกินวันหมดอายุของเอกสารการสั่งซื้อสินค้า
4. ได้รับเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ (คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินอัตราที่ ธสน. กำหนด)
5. ธนาคารพาณิชย์ออก P/N ให้ ธสน. (ตามสัดส่วนที่ ธสน. กำหนด)
6. ธสน. จ่ายเงินให้ธนาคารพาณิชย์ตามจำนวนใน P/N ของธนาคารพาณิชย์
7. ผู้ส่งออกส่งสินค้าไปต่างประเทศ
8. ผู้ส่งออกนำเอกสารส่งออกมาขายกับธนาคารพาณิชย์
9. ธนาคารพาณิชย์รับซื้อเอกสารส่งออก นำเงินชำระหนี้ ส่วนที่เหลือจึงจ่ายให้ผู้ส่งออก
10. ธนาคารพาณิชย์ชำระคืนเงินกู้ที่เกี่ยวกับการส่งออกรายการนี้ให้แก่ ธสน.
11. ธสน. คืน P/N ให้ธนาคารพาณิชย์

การพิจารณาวงเงินและรายละเอียดวงเงิน

ธสน. มอบอำนาจในการตัดสินใจให้กับธนาคารพาณิชย์ เป็นผู้พิจารณารายละเอียดและอนุมัติวงเงินให้ลูกค้าแต่ละราย

<
 แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ
>




บริการแพ็คกิ้งเครดิตแบบกู้ตรง

เป็นสินเชื่อสกุลเงินบาทสำหรับผู้ส่งออกสินค้าทุกชนิดทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมหรือ ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อการส่งออกเพื่อนำไปใช้หมุนเวียนก่อนและ/หรือหลังการส่งออก สินเชื่อประเภทนี้คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อเพื่อ เตรียมการส่งออกที่เป็นเงินบาทโดยผู้ส่งออกหรือ ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกต้องรายงานการนำเงินกู้ไปใช้ เช่นเดียวกับแพ็คกิ้งเครดิตของธนาคารพาณิชย์

การใช้วงเงิน

- ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกติดต่อขออนุมัติตามระเบียบที่ ธสน. กำหนด โดยขอใช้บริการได้ โดยตรงที่ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจหรือสาขาของ ธสน.

- หลังจากที่ ธสน. ได้กำหนดวงเงินและจัดทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ส่งออกหรือ ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก ได้รับเอกสารการสั่งซื้อสินค้า หรือมีสต็อกสินค้าเพื่อเตรียมการส่งออก หรือมีตั๋วแลกเงิน ที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าสินค้า ส่งออกที่มีกำหนดระยะเวลาการชำระเงิน ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อส่งออกสามารถออกตั๋วสัญญา ใช้เงิน (P/N) ตามเอกสารดังกล่าวมาใช้ประกอบการเบิกเงินกู้ได้ไม่เกิน อัตราต่อไปนี้

- กรณีผู้ส่งออก
90% ของจำนวนเงินตาม L/C
80% ของจำนวนเงินตามสัญญาซื้อขายหรือคำสั่งซื้อสินค้า
80% ของมูลค่าสินค้าที่สต็อกไว้เพื่อเตรียมการส่งออก
90% ของจำนวนเงินตามตั๋วแลกเงิน (B/E)

- กรณีผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก
90% ของจำนวนเงินตาม DL/C (Domestic L/C)
80% ของจำนวนเงินตามสัญญาซื้อขายหรือคำสั่งซื้อสินค้าภาย ในประเทศ
80% ของมูลค่าสินค้าที่สต็อกไว้เพื่อเตรียมขายให้แก่ผู้ส่งออก
ทั้งนี้ ระยะเวลาที่กำหนดในตั๋วสัญญาใช้เงินไม่เกิน 180 วัน แต่ต้องไม่เกิน วันหมดอายุของเอกสารการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว

- เมื่อส่งสินค้าแล้ว ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก สามารถนำ เอกสารส่งออกมาขายที่ ธสน. และนำเงินบาทที่ได้จากการ ขายเอกสารส่งออก มาชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เงินส่วนที่เหลือเป็นของผู้ส่งออกหรือผู้ผลิต สินค้าอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก

- เป็นวงเงินหมุนเวียน (Revolving Line of Credit) ซึ่งหลังจากชำระเงินกู้ที่คงค้างอยู่แล้ว วงเงินนี้สามารถใช้รองรับการให้กู้ตามเอกสาร การสั่งซื้อรายต่อๆ ไปได้

ข้อแตกต่างระหว่างแพ็คกิ้งเครดิตแบบกู้ตรงกับสินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออก

แพ็คกิ้งเครดิตแบบกู้ตรง สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออก
1. ต้องมีการจัดส่งรายงานการใช้จ่ายเงิน 1. ไม่มีการกำหนดให้จัดส่งรายงานการใช้จ่ายเงิน
2. มีการตรวจดูสินค้า ทะเบียนหรือบัญชีคุมยอดสินค้า 2. ไม่มีการตรวจดูสินค้า ทะเบียนหรือบัญชีคุมยอดสินค้า
3. กรณีที่ผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อส่งออก ปฏิบัติผิดระเบียบ จะต้องเสียค่าเบี้ยปรับในอัตรา 5.5% ต่อปี 3. ไม่มีการคิดเบี้ยปรับ ยกเว้นในกรณีหนี้ค้างชำระ
ข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณา

- ประวัติการดำเนินกิจการและผลการดำเนินงาน
- L/C หรือ DL/C สัญญาซื้อขาย (Contract) หรือคำสั่งซื้อ (P/O)
- หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
- งบการเงิน และ Bank Statement
- หลักประกัน

< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >



โครงการผลักดันการส่งออกเพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่*

โครงการนี้จะชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ส่งออกที่ใช้บริการแพ็คกิ้งเครดิตกับธนาคารพาณิชย์ หรือมีวงเงินแพ็คกิ้งเครดิต แบบกู้ตรงกับธสน.ซึ่งได้แจ้ง ความจำนงจะเข้าร่วมโครงการผลักดันการส่งออกเพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่ ของกระทรวงพาณิชย์ โดยจะชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ผู้ส่งออกที่ส่งสินค้าไปตลาดใหม่ในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่ เกินร้อยละ5 ต่อปีของมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา

วิธีการขอชดเชยดอกเบี้ยแพ็คกิ้งเครดิต

1. ผู้ส่งออกที่มีวงเงินแพ็คกิ้งเครดิตกับธนาคารพาณิชย์ หรือมีวงเงิน แพ็คกิ้งเครดิตแบบกู้ตรงกับ ธสน. กรอกและส่งแบบ แสดงเจตจำนงขอรับ ชดเชยค่าดอกเบี้ยจากการส่งสินค้าออกไปตลาดใหม่ ผ่านธนาคารที่ใช้วงเงินอยู่
2. ผู้ส่งออกตั๋วสัญญาใช้เงินไปวางเป็นประกันการกู้ยืมกับธนาคาร พาณิชย์หรือ ขายตั๋วสัญญาใช้เงินกับ ธสน. โดยใน เอกสารประกอบ ตั๋วต้องระบุข้อความว่า "โครงการผลักดัน การส่งออกเพื่อเพิ่มสัด ส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่"
3. เมื่อผู้ส่งออกส่งสินค้าออกและได้รับชำระ ค่าสินค้าจากผู้ซื้อต่าง ประเทศแล้วให้ส่งสำเนา ใบตราส่งสินค้า ใบขนสินค้า ขาออก Invoice ฉบับเรียกเก็บเงิน และหลักฐานแสดงการนำเข้าซึ่งเงิน ตราต่างประเทศ พร้อมหนังสือขอชดเชยค่า ดอกเบี้ยจากการส่งสินค้า ออกไปตลาดใหม่ให้แก่ธนาคารภายใน 60 วัน นับจากวันที่ตั๋ว สัญญาใช้เงินฉบับสุดท้าย ที่ เกี่ยวเนื่องกับสินค้านั้นถึงกำหนดชำระเงิน
4. ธสน. จะชดเชยค่าดอกเบี้ยแก่ผู้ส่งออกต่อธนาคารที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการ ตรวจสอบข้อมูลการส่งออกถูกต้องแล้ว

ระยะเวลาการชดเชย

ตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2542 ถึงธันวาคม 2546

หมายเหตุ ตลาดใหม่ หมายถึง ประเทศในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา ทั้งในอเมริกากลางและใต้ ยุโรปตะวันออก เอเชียใต้และจีน รวม 141 ประเทศ

< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >



สินเชื่อเพื่อขยายกำลังผลิต

เป็นเงินกู้เพื่อให้ผู้ส่งออกนำเงินไปใช้ในการ ขยายกำลังผลิตของกิจการ เช่น การลงทุนขยายโรงงาน การซื้อเครื่องจักร เพิ่มเติมและการลงทุนใน สินทรัพย์ถาวรอื่นๆ รวมทั้งการสร้างโรงงานใหม่ภายในประเทศ ทั้งนี้ต้อง เป็น กิจการที่ผลิต สินค้าเพื่อส่งออกเป็นส่วนใหญ่ หรือเป็นกิจการที่มีราย ได้เป็นเงินตราต่างประเทศ หรือเป็นกิจการที่ผลิตสินค้าทดแทน การนำเข้าซึ่งเป็นกิจ การที่ดำเนินการอยู่แล้วหรือเป็นกิจการที่จัดตั้งขึ้นใหม่

ระยะเวลา

- 2-5 ปี โดยมีกำหนดชำระคืนตามความสามารถในการหารายได้ของกิจการ

หมายเหตุ : กรณีที่ผู้ส่งออกต้องการเปิด L/C หรือ DL/C เพื่อสั่งซื้อเครื่อง จักร ธสน. สามารถเปิด L/C หรือ DL/C ให้ได้ภายในวงเงินสินเชื่อเพื่อ ขยายกำลังผลิต

สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมส่งออก

- เป็นเงินกู้ระยะยาวสกุลเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ผู้ส่งออกนำเงินไปปรับ เปลี่ยนหรือซื้อเครื่องจักรใหม่ แทน เครื่องจักรเก่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตใหญ่ผู้ส่งออกสามารถ แข่งขันกับต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้นรวมไปถึง การปรับ เปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อแก้ไขและรักษา สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเคลื่อนย้ายโรงงานไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรม

ระยะเวลา

- 5-7 ปี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระของผู้ประกอบการ

ข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณา

- รายละเอียดของการลงทุนและการคาดคะเนรายได้-รายจ่ายของโครงการ (Cash Flow Projection)
- หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
- ผลการดำเนินงานของกิจการ
- งบการเงิน และ Bank Statement
- หลักประกัน
- หนังสือรับรองจากสถาบันอิสระที่กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย
- รายละเอียดของเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ที่จะซื้อ

< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >



สินเชื่อพาณิชย์นาวี

เป็นสินเชื่อระยะยาวเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นำเงินไปซื้อเรือทั้งเรือใหม่และเรือเก่า เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้เรือไทย แทนการใช้บริการเรือจากต่างประเทศ เพื่อลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

ระยะเวลา

- ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระคืนของผู้ประกอบการ แต่ไม่เกิน 7 ปี

จำนวนเงินกู้

- จำนวนเงินที่ให้กู้ไม่เกิน 75% ของมูลค่าเรือที่ซื้อ

วิธีการกู้

วงเงินที่ผู้ประกอบการจะได้รับแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. ใช้เงินกองทุนจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสกุลเงินบาท สัดส่วน 50% คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 7% ต่อปี ระยะเวลา กู้ไม่เกิน 5 ปี
2. ใช้เงินกู้จาก ธสน. เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สัดส่วน 50% อัตราดอกเบี้ยตามสภาวะของตลาดการเงิน

ลักษณะของกิจการที่จะใช้สินเชื่อพาณิชย์นาวี

1. เป็นกิจการที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทยและมีผู้ถือ หุ้นเป็นคนไทย เกินกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น
2. ต้องนำเงินกู้ยืมไปลงทุนซื้อเรือใหม่ หรือเรือเก่าที่มีอายุการใช้ งานมาแล้วไม่เกิน 20 ปี
3. เรือที่ลงทุนซื้อต้องนำมาจดทะเบียนในประเทศไทยและมีธงชาติ ไทยเป็นธงประจำเรือ
4. เป็นกิจการที่ทำธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก

< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >


สินเชื่อส่งออกทันใจ (EXPRESS EXPORT CREDIT - EEC)
ผู้ส่งออกที่สามารถใช้บริการ ผู้ส่งออกรายย่อย และ/หรือรายใหม่
วงเงินที่สนับสนุน วงเงินรายละไม่เกิน 2.0 ล้านบาท
หลักเกณฑ์การกู้ 1. ใช้ L/C เป็นหลักฐานในการกู้
2. ให้เบิกเงินกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่า L/C
3. ธนาคารผู้เปิด L/C ต้องเป็นที่ยอมรับของ ธสน.
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ Prime rate (ธสน.) + 2.0% ต่อปี
หลักประกัน กรรมการบริษัทหรือเจ้าของกิจการทุกคนค้ำประกันวงเงิน
ระยะเวลาพิจารณา: ไม่เกิน 3 วันทำการ นับจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อได้รับเอกสารประกอบการ
พิจารณาจากผู้ขอรับบริการครบถ้วน
เอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ 1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ไม่เกิน 30
วัน และสำเนาทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
2. สำเนาหนังสือบริคณฑ์สนธิ
3.. สำเนางบกำไรขาดทุน และงบดุลที่ผู้สอบบัญชีรับรองฉบับล่าสุดและย้อนหลัง 2 ปี
4. Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน และรายละเอียดวงเงินที่มีกับสถาบันการเงินอื่น
5. สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ของผู้ค้ำประกันทุกคนและทะเบียนสมรส
ของผู้ค้ำประกันและคู่สมรส (ถ้ามี)
< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >

ข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณา

- ประวัติและผลการดำเนินงานของกิจการ
- งบการเงิน และ Bank Statement
- ข้อมูลทั่วไปของเรือที่จะซื้อ เช่น ประเภท ขนาด ระวางบรรทุก อายุ เป็นต้น
- เอกสารยืนยันสภาพ ราคาเรือที่จะซื้อ เช่น List of Survey Status, Class Maintenance Certificates และ Ship Valuation Certificates
- Cashflow Projection ของเรือที่จะซื้อและมีอยู่แล้ว
- Safety Management Certificates (ISM Code)
- หลักประกัน

< แบบฟอร์มการขอรับการบริการวงเงินสินเชื่อ >

HOMEPAGE Site Map
 
Shrimp Product Tuna Product Chicken Product Feedstuff Product Rice Product Fruits Products Vegetables Products Other Products
© 2000-2003 Food Market Exchange. All Rights Reserved.
Terms and Conditions I Privacy Policy I Questions or Comments? I Advertise with us l Contact Us