|
หมายเหตุ : Mr.Steve Neeham เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า
ทางคณะฯจะรวบรวมข้อเสนอและข้อคิดเห็นของกลุ่มประเทศที่สาม ภายในสิ้นปี
2000 นี้ เพื่อเสนอแก่คณะกรรมาธิการยุโรปในกรุงบรัสเซลส์เพื่อพิจารณาและจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เจ้าหน้าที่จากสหภาพยุโรปชี้แจงเรื่องมาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของอาหาร
กรุงเทพฯ,10 กรกฎาคม
2543 - นายแพททริค เดอมัวเซร์ หัวหน้าหน่วยกฎหมายและเทคโนโลยีชีวภาพ(สังกัดกรมอนามัย
และการคุ้มครองผู้บริโภค) ของ คณะกรรมาธิการยุโรป ได้ชี้แจงในงานสัมมนาเมื่อวันที่
10 กรกฎาคม ต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาล ไทย และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยว่า
ข้อเสนอของ สหภาพยุโรปในการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของ อาหาร
นั้น จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคต่ออุตสาหกรรมอาหารของสหภาพยุโรปและต่อประเทศผู้ส่งออกอาหาร
ทั่วโลก
ในระหว่างการสัมมนาได้มีการพูดถึงสมุดปกขาวของคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของอาหาร
สมุดปก ขาวนี้เป็นเอกสารค้นคว้าอ้างอิง ซึ่ง ประกอบด้วยข้อแนะนำต่างๆที่จะทำให้สภาพยุโรปสามารถดำเนินการในเรื่องความ
ปลอดภัยของอาหารได้ดียิ่งขึ้น คำแนะนำดังกล่าวกำลังถูกนำมาถกเถียงกัน
ระหว่างผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย รวมถึงกลุ่มผู้ผลิต และ ผู้บริโภค
นักการเมืองระดับชาติ รัฐสภายุโรปและรัฐบาลของประเทศที่สาม
ข้อเสนอที่อยู่ในสมุดปกขาวเรื่องความปลอดภัยของอาหารนี้ นับได้ว่าเป็น
"เรื่องที่ทั้งหยั่งลึกและครอบคลุมกว้างไกลที่สุดที่ ได้
เคยเสนอมาในด้านความปลอดภัย ของอาหาร" ข้อเสนอนี้ส่วนใหญ่เกิดมาจากการสนองตอบต่อผู้บริโภคในกลุ่มสหภาพ
ยุโรปที่มีความเชื่อมั่นลดลง เนื่องจากวิกฤตการปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหารในปีที่แล้วๆมา
สาระสำคัญของข้อเสนอนี้ก็คือ การก่อตั้งสำนักงานอาหารของยุโรป
(European Food Authority หรือ EFA) ซึ่งเป็น หน่วยงานอิสระ
เพื่อปรับปรุงระบบการให้คำแนะนำด้านวิทยาศาสตร์ การติดตามตรวจตราในเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัย
ด้านอาหาร ตลอดจนการปรับปรุงเรื่องความเร็วของระบบการแจ้ง เหตุล่วงหน้าบทบาทของหน่วยงานดังกล่าวจะรวมถึงการ
ประสานงาน ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และการสนับสนุนด้านการวิเคราะห์และการเข้าเจรจากับผู้บริโภคโดยตรงในสมุด
ปกขาวนี้ยังมีเรื่องของแผนงานและมาตรการต่างๆเพื่อปรับปรุงและเพิ่มความสอดคล้องกันระหว่างกฎหมายฉบับต่างๆของ
สหภาพยุโรป ที่ครอบคลุมตั้งแต่ "การผลิตในฟาร์มไปจนถึงบนโต๊ะอาหาร"
นอกจากนั้น ก็ยังมีการดำเนินงานอีกมากกว่า 80 เรื่องที่จะปิดช่องโหว่ของกฎหมายต่างๆที่มีอยู่
โครงสร้างของกฎหมายใหม่นี้จะรวมถึงอาหารสัตว์ อนามัยและสวัสดิภาพ
ของสัตว์ สุขอนามัย การปนเปื้อนและสารตกค้าง ผลิตภัณฑ์อาหารแบบใหม่
สารปรุงแต่ง สารปรุงรส การบรรจุหีบห่อและ การฉายรังสี
สำหรับการที่จะนำสมุดปกขาวไปใช้ทั่วโลกนั้น นายเดอมัวเซร์ กล่าวว่า
ข้อเสนอของสหภาพยุโรปนี้กำลังมีความก้าวหน้าใน
เชิงบวก ในการก้าวเข้าสู่การพิจารณาระดับโลกด้านความปลอดภัยของการเกิดขึ้นของเรื่องวัวบ้า
หรือเรื่องการปนเปื้อนของ ไดอ็อกซินได้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของอาหารนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในสหภาพยุโรป
แต่ว่ามันกระทบ ผู้บริโภคทั้งโลก เมื่อเราพูดถึงเรื่องการปรับปรุงความปลอดภัยของอาหารในกลุ่มสหภาพยุโรปก็เหมือนกับการพูดถึงเรื่องการ
แก้ปัญหาของคนทั้งโลกเช่นกัน
เพื่อจะเป็นการตอบคำถามที่หลายคนเป็นห่วงว่ามาตรการเพิ่มความปลอดภัยของอาหารที่เสนอในสมุดปกขาว
อาจจะเป็น มาตรการกีดกันทางการค้านั้น นายเดอมัว เซร์ กล่าวว่า
สหภาพยุโรปซึ่งเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลกนั้น ก็เป็นผู้
ส่งออกรายใหญ่ที่สุดด้วย ดังนั้น การกีดกันด้านการค้าจึงไม่ใช่ผลประโยชน์ของเรา
ในข้อเสนอของเรานั้น เราหวังที่จะให้ ความมั่นใจว่า อาหารที่ตกถึงมือผู้บริโภคนั้น
อย่างน้อยต้องเป็นไปตามมาตรฐานเบื้องต้นที่บังคับใช้กับผู้ผลิตไม่ว่าจะอยู่ใน
หรือนอก กลุ่มสหภาพยุโรป สิ่งที่สำคัญก็คือระบบนี้มีพื้นฐานอยู่บนคำแนะนำทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นอิสระ
สหภาพยุโรปได้ปฎิบัติตามข้อแนะนำของโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ
Codex Alimentarius ซึ่งเป็น หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานอาหาร ระหว่างประเทศและเป็นที่ยอมรับขององค์การการค้าโลก(WTO)
ซึ่งระบุว่า หน้าที่ของการประเมินความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงควรจะต้องแยกออกจากกัน
สำนักงานอาหารของยุโรป (EFA)
ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่จะเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระโปร่งใสและจะดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของข้อแนะนำในระดับ
เชี่ยวชาญ ที่สุดในเชิงวิทยาศาสตร์ หน่วยงานต่างๆด้านการออกกฎหมายของสหภาพยุโรปจะสามารถนำเอาคำแนะนำของ
EFA ไปใช้ ใน กระบวนการตัดสินใจของตนได้
คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่าโปรแกรมด้านการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารโดยอิงผลของการหารือ
กันจากข้อมูลของสมุดปกขาว จะจัดทำขึ้นได้ในเดือนกันยายน 2000*
ส่วนหน่วยงานใหม่ หรือสำนักงานอาหารของยุโรป (EFA) นั้น คาดว่าจะจัดตั้งขึ้นได้ในปี
2002*
อาหารสำเร็จรูปที่ส่งออกจากไทยนั้นมีมูลค่าร้อยละ 7 ของการส่งออกทั้งหมดไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปการส่งออกนี้มี
อัตราเพิ่มสูงถึงร้อยละ 70 ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผู้ส่งออกของไทยนั้นได้มีสถิติการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
ด้านอนามัยของสหภาพยุโรป รวมทั้งการตรวจสอบเรื่องการผลิตไก่ครั้งล่าสุดนี้
ก็พบว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง
|